Theppitak's blog

My personal blog.

30 กันยายน 2549

Firefox Trademark

จากกรณีปัญหาเครื่องหมายการค้า Firefox ของ Mozilla Corporation ที่ทำให้ Debian ไม่สามารถใช้ logo ของ Firefox ที่เป็นจิ้งจอกไฟได้ เพราะเงื่อนไขการใช้ไปขัดกับ Debian Free Software Guidelines (DFSG) ที่ Debian ได้ให้สัญญาต่อสาธารณะไว้ โดย Mozilla บังคับให้ส่ง patch ไปให้ approve ก่อน distribute ด้วยเครื่องหมายการค้า ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เสียเวลาเพิ่มในการแก้ปัญหาต่างๆ แต่ยังทำให้ Debian ต้องผิดสัญญาสาธารณะที่ให้ไว้ด้วย เนื่องจากผู้ที่จะนำ Debian ไปพัฒนาต่อ จะไม่สามารถพัฒนา Firefox ใน Debian เพิ่มได้ทันที แต่ต้องขออนุญาตจาก Mozilla เพิ่มอีก ทำให้ Debian จำเป็นต้องเลือกที่จะใช้รูปลูกโลกเปล่าๆ ไม่มีจิ้งจอกไฟ เพื่อให้การรักษาสัญญาสาธารณะไม่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของ Mozilla ซึ่งก็ดูจะลงตัวดี แต่ปรากฏว่า ตอนนี้ Mozilla ยังเพิ่มเติมอีกว่า ไม่อนุญาตให้ Debian ใช้ชื่อ Firefox ด้วย ถ้าไม่ได้ใช้ logo ของ Firefox และ Debian ก็ตัดสินใจแล้ว ว่าจะเปลี่ยนชื่อภายในอาทิตย์หน้านี้

ก่อนจะมาเป็นชื่อ Firefox เบราว์เซอร์ตัวนี้เคยเปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง เพราะไปซ้ำกับเครื่องหมายการค้าของคนอื่น คือ Phoenix แล้วก็เป็น Firebird จนมาลงตัวที่ Firefox ตอนนี้ จะเปลี่ยนชื่ออีกใน Debian ก็ มีคนเสนอหลายชื่อ ตั้งแต่ IceWeasel (พังพอนน้ำแข็ง), Firechicken, Foxfire, Firesomething, Freefox เสนอแบบขำๆ กัน แต่ดูท่าทางชื่อหลังสุดจะมาแรง แต่ก็ยังมีบางคน ถามปิดท้าย ว่ายังจะให้ใช้ "Firefox" ใน User-Agent string ได้อยู่หรือเปล่า

ความจริง การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นแค่เงื่อนไขเพิ่มเติมจากการเปลี่ยน logo แต่มันได้ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในหมู่ Debian Developer พอสมควร รวมทั้งนักพัฒนา Ubuntu บางส่วน ที่เคยเชียร์ให้ใช้ Epiphany เป็น default browser ด้วย

ตัวอย่างเช่น ก็มีคน ตั้งข้อสังเกต ว่า GNU มีโครงการ Gnuzilla and IceWeasel อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการ fork Mozilla suite และ Firefox ออกไปเป็นรุ่นที่เป็น free software ล้วนๆ และเสนอให้ไปใช้และช่วย patch โครงการนี้แทนจะดีกว่า

ขณะเดียวกัน อีกกระแสหนึ่งก็คือ boycott Firefox เนื่องจากรู้สึกว่าเอาอะไรแน่นอนกับเงื่อนไขที่เปลี่ยนไปมาของ Firefox ไม่ได้ โดยหันไปรณรงค์การใช้ Epiphany ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์ของ GNOME ที่ใช้ gecko เหมือนกัน แต่ไม่มีปัญหาเรื่องชื่อและเครื่องหมายการค้าแทน (ผู้ใช้ KDE สบายไป ใช้ Konqueror สบายใจเฉิบ)

ผมเองเป็นแฟน Epiphany มาระยะหนึ่งอย่างเงียบๆ ใจจริงอยากโปรโมท Epiphany แต่เห็นว่า Firefox สามารถดึงผู้ใช้จาก Windows มาได้ ก็เลยร่วมแคมเปญ spreadfirefox เพื่อประโยชน์ในภาพรวมของโอเพนซอร์ส แต่ตัวเองก็ใช้ Epiphany จนเมื่อต้องไปทำเรื่องตัดคำใน Firefox ที่ Ubuntu Localisation Sprint จึงได้เปลี่ยนมา build, patch และทดสอบ Firefox แต่ก็ยังรู้สึกว่าหลายๆ อย่างใน Epiphany ยังน่าใช้กว่า (แต่ Firefox 2.0 เริ่มมีอะไรที่เคยขาดมากขึ้น) และในเมื่ออนาคตของ Firefox ใน Debian มันชักไม่สดใส ไยผมจะไม่เตรียมย้ายกลับไปใช้ Epiphany อีกเล่า?

เพิ่มเติม: Isriya's blog

8 ความเห็น:

  • 30 กันยายน 2549 18:49 , Blogger cwt แถลง…

    ผมก็ใช้ patch ตัดคำไทย มา patch xulrunner แล้วใช้กับ epiphany อีกทีเหมือนกันครับ

     
  • 1 ตุลาคม 2549 00:55 , Blogger vee แถลง…

    Epiphany ใช้ addon ของ firefox ได้หรือเปล่าครับ?

     
  • 1 ตุลาคม 2549 09:20 , Blogger Thep แถลง…

    vee, ไม่ได้ครับ แต่มี epiphany-extensions ต่างหาก contribute โดย galeon สามารถ apt-get เอาจาก debian/ubuntu ได้

     
  • 2 ตุลาคม 2549 08:27 , Blogger house001 แถลง…

    ตามมาจากบล์อกมาร์ค

    ผมเห็นด้วย กับการย้าย ff ไป non-free และโปรโมท epiphany แทนครับ น่าจะแก้ปัญหาได้หมดจด ไม่ต้องเถียงกันอีก
    (แล้วผมก็ไปโหลด firefox มาใช้อยู่ดี)

     
  • 2 ตุลาคม 2549 13:18 , Blogger Thep แถลง…

    house001,

    ทางเลือกนั้น ทำไมผมถึงบอกใน comment ที่ blog ของมาร์คว่าแย่กว่า? เพราะตัวซอร์สโค้ดของ mozilla ไม่ได้ non-free แต่เงื่อนไขเครื่องหมายการค้าเท่านั้นที่ทำให้มัน non-free การโยนไป non-free จึงควรเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น โดยเฉพาะถ้าแค่เปลี่ยนชื่อแล้ว ก็ทำให้มัน free ได้

    ทั้งนี้ อย่ามองว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นการ "โหลดมาใช้" อย่างเดียว แต่มันยังมีการ patch การร่วมพัฒนาด้วย ซึ่งสไตล์การทำงานของ Debian จะเป็นแบบ perfectionist มาก ถือเป็นการร่วมพัฒนาอย่างมีคุณภาพ bug หลายๆ bug ใน Debian จะพยายามแก้แบบตรงจุดจริงๆ ไม่อาศัยการ hack แบบลวกๆ และ patch ไหนที่ควรแก้ที่ต้นน้ำ ก็จะผลักกลับไปที่ต้นน้ำ (ผมเคยเจอมาแล้ว) เพื่อเป็นการร่วมปรับปรุง แทนที่จะตาม patch เรื่อยๆ

    ตรงนี้ ก็เลยเป็นที่มาของเจตนาของ Debian ที่อยากจะให้ Firefox พัฒนาไปในทิศทางที่เสรี เพื่อความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ถ้าแค่การเปลี่ยนชื่อทำให้มัน free ได้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับ Debian แต่ที่มองว่าการเปลี่ยนชื่อจะมีปัญหา ก็น่าจะเป็นปัญหาของ Firefox เองมากกว่า ในเรื่องเสียงแตก และการแตกฮือไปช่วยทางอื่นของเหล่า geek ที่เคยช่วย patch Firefox ผ่าน Debian กลับไปที่ต้นน้ำ

    โดยส่วนตัว จึงเห็นด้วยกับการเปลี่ยนชื่อ แต่ก็เห็นว่า การบังคับใช้เครื่องหมายการค้า เป็นการทำลายบรรยากาศการพัฒนาซอฟต์แวร์เสรีเช่นกัน

     
  • 2 ตุลาคม 2549 15:01 , Blogger house001 แถลง…

    พูดอีก ก็ถูกอีกแหละครับ
    ปัญหามันก็อยู่ที่ เทรดมาร์ก ของ Mozilla จริงๆ แต่ โมซิลล่าไม่ปล่อย และอย่างที่พี่เคยเขียนไว้ว่า ปล่อยเป็นสเปเชียลเคสก็ไม่ได้ด้วย ถ้าปล่อยต้องปล่อยหมดซึ่ง โมซิลล่าคงไม่ยอม(แหงๆอยู่แล้ว)
    ในทางกลับกัน เดเบียน ก็โดนโซเชียลคอนแทร็กตัวเองมัดไว้ ซึ่งปลดไม่ได้เหมือนกัน เพราะในความเห็นผม สัญญาประชาคมตัวนี้แหละ ที่ยึดสังคม developer ของเดเบียนไว้ ถ้าปลดออก เดเบียนก็ไม่มีอะไรเหลือ

    ผมเลยมองง่ายๆไปที่ทางเลือก เท่าที่เหลืออยู่ ส่วนเรื่องผลกระทบผมไม่รู้ เพราะในเรื่อง โอเพ่นซอร์สนี่ผมมือใหม่ มากกกกกกกกกกก

    ปล. พี่เขียนเรื่อง สังคมโอเพ่นซอร์ส บ่อยๆสิ จะแอบมาตักความรู้(น่าน มาโยนภาระทิ้งไว้ให้อีก)

     
  • 3 ตุลาคม 2549 17:34 , Blogger vee แถลง…

    เปลี่ยนชื่อ Firefox เป็นอย่างอื่น อย่าง Debpark หรืออะไรก็ได้ และ proprietary software ออกก็น่าจะ ok นะครับ

    เพราะผมไม่ชอบ epiphany และไม่อยากเขียน addon สำหรับ n browsers :-P

     
  • 3 ตุลาคม 2549 18:14 , Blogger Thep แถลง…

    vee, เขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อนั่นแหละครับ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีคนย้ายไปสนับสนุน epiphany แทนด้วย

    เรื่อง add-on ผมเฉยๆ แฮะ เพราะใช้ browser มา ก็ไม่ค่อยได้ใช้ add-on อะไรอยู่แล้ว

    เรื่องบางเรื่อง epiphany กับ firefox ก็จัดการปัญหาคนละแบบ เช่น เรื่อง search box เนี่ย firefox เพิ่ม search site ด้วย add-on แต่ epiphany ไม่ต้อง แค่เพิ่ม generic bookmark ก็ใช้ได้แล้ว

     

แสดงความเห็น (มีการกลั่นกรองสำหรับ blog ที่เก่ากว่า 14 วัน)

<< กลับหน้าแรก

hacker emblem