Theppitak's blog

My personal blog.

06 กันยายน 2551

A Request from a Little Citizen

ไม่ได้ blog เรื่องการเมืองเสียนาน เพราะรู้ดีว่า ในสภาพขัดแย้งอย่างนี้ พูดอะไรไปมักเลี่ยงการถกเถียงยืดยาวไม่ได้ แล้วสุขภาพตากับนิ้วก็ไม่เอื้อให้ตามตอบประเด็นยาว ๆ เสียด้วย จำเป็นต้องสงวนไว้ใช้ทำงานให้มากที่สุด ที่ผ่านมาก็ไปแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดหรือ blog อื่นเป็นครั้งคราว จะได้ไม่ติดพันมากเกินไป

การเมืองผ่านจุดพลิกผันมาหลายจุด ไม่ขอพูดถึงให้ยืดยาว แต่วันนี้มาถึงจุดวิกฤติ จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นอะไรบ้าง เพื่อร่วมเสนอทางออกให้บ้านเมืองในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง

ก็ขอเป็นเสียงหนึ่งที่เรียกร้องให้:

  1. แกนนำพันธมิตรมอบตัวสู้คดี คุณบุกรุกสถานที่ราชการ ยึดทำเนียบรัฐบาลอันเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ มีความผิดตามกฎหมาย ถึงจะมีข้อหากบฎที่ดูหนัก แต่ถ้าคุณมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง ก็ควรพิสูจน์ในศาล อนึ่ง การต่อสู่ในแนวทาง civil disobedience (ขออภัย ผมไม่ชอบคำว่า "อารยะขัดขืน" ซึ่งเป็นศัพท์บัญญัติที่ลักลั่นในหลักภาษา ในเมื่อเรามีคำว่า "ดื้อแพ่ง" และ "สัตยาเคราะห์" ใช้อยู่แล้ว) นั้น ไม่ได้รวมถึงการขัดขืนการจับกุม คุณต้องสู้คดี ใช้โอกาสชี้แจงในศาล หรืออาศัยคนที่สนับสนุนคุณร่วมขัดขืนและสู้คดีด้วย แต่การเอาโซ่มนุษย์มาตั้งกันตำรวจ เพราะรู้ว่าตำรวจไม่กล้าใช้ความรุนแรง ก็เสมือนการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานนั่นเอง

  2. นายกฯ ยุบสภา ตลอดเวลาที่พันธมิตรประท้วงขับไล่คุณ ผมไม่เห็นว่าข้อกล่าวหาของพันธมิตรจะมีน้ำหนักมากพอ คุณจึงมีความชอบธรรมเต็มที่ที่จะดำเนินคดีกับพันธมิตรที่บุกรุกสถานที่ราชการ (ส่วนจะเป็นกบฎหรือไม่ ต้องตีความกันต่อไป) แต่การที่คุณไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม โดยปล่อยให้มีการรื้อถอนเวทีที่สะพานมัฆวาน จนนำไปสู่การปะทะ เป็นจุดพลิกที่ทำให้ต้องมีการพิจารณาแสดงความรับผิดชอบครั้งแรก ครั้งต่อมาคือท่าทีที่ไม่สร้างสรรค์ในการประชุมรัฐสภา ยุให้คนแบ่งข้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ซ้ำเติมสถานการณ์ และขัดแย้งกับการจัดงาน "116 วัน จากวันแม่ถึงวันพ่อ" ที่คุณริเริ่มโดยสิ้นเชิง และอีกครั้งหนึ่งคือการไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศได้ แม้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ ก็ยังไม่มีผล แสดงให้เห็นว่า ส่วนต่าง ๆ เริ่มไม่เชื่อฟังคุณแล้ว แม้คุณจะไม่ได้มีความผิดที่ชัดเจนมาก่อน แต่การไม่สามารถทำอะไรกับสถานการณ์ได้ ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาตนเอง ว่าจะบริหารประเทศต่อไปได้หรือไม่ ..ย้ำว่าผมไม่ได้ฟันธงว่าคุณผิดตามที่เขากล่าวหา แต่เป็นเรื่องของมารยาททางการเมืองเท่านั้น

    ผมไม่เลือกทางเลือกลาออก เพราะพันธมิตรยังขาดความชัดเจน ว่าหลังจากนายกฯ ลาออกแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป ในการเลือกตั้งนั้น พรรคการเมืองยังแถลงนโยบายเพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจ แต่พันธมิตรไม่ให้ข้อมูลอะไรที่ชัดเจนเลย นอกจากเรื่องการเมืองใหม่ที่ยังคลุมเครือ จึงไม่อาจเชื่อถืออะไรได้ ว่าคุณกำลังพาสังคมไปทางไหน นอกจากนี้ ถ้านายกฯ ลาออก และพันธมิตรไม่ยอมรับนายกฯ จากพลังประชาชน (ที่กำลังจะถูกยุบ) ก็คือจะกดดันให้ทุกพรรคโดดเดี่ยวพลังประชาชนให้เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเท่ากับเป็นการตั้งรัฐบาลโดยใช้กำลัง ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีแรงต้าน แล้วถ้าฝ่ายสนับสนุน พปช. ประท้วงต่อ เรื่องก็คงไม่จบง่าย ๆ

    ดังนั้น ในกรณีนี้ผมจึงยอมรับได้กับการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เป็นการถามประชาชนอีกรอบหนึ่ง ว่ายังคงสนับสนุนขั้วรัฐบาลเดิมอยู่หรือเปล่า การยุบสภาครั้งนี้ต่างจากการยุบสภาหนีอภิปรายและคดีความในสมัยคุณทักษิณ เนื่องจากครั้งนี้รัฐบาลไม่ได้มีข้อกล่าวหาชัดเจนเหมือนสมัยนั้น ที่ทำให้ถูกมองว่าจะใช้มติประชาชนฟอกตัวเองได้ แต่เป็นเพราะเกิดปัญหาที่รัฐบาลและสภาไม่สามารถแก้ไขได้

  3. พันธมิตรถอนตัวจากทำเนียบรัฐบาล การยุบสภาเพื่อล้างไพ่ ควรจะเป็นโอกาสที่สังคมจะได้อภิปรายโดยไม่มีแรงกดดันจากวิกฤตการณ์ เมื่อมีทางเลือกที่รัฐบาลนี้จะพ้นสภาพแน่ ๆ แล้ว พันธมิตรก็ควรจะถอนตัวจากทำเนียบฯ แล้วออกมาอภิปรายกันดี ๆ กับคนในสังคม อย่าสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากไปกว่านี้อีกเลย

ปล. อ่านแล้วใครอย่ามาบังคับให้ผมเลือกข้าง ผมมีแนวคิดในใจที่ได้เคยเสนอไปในโอกาสต่าง ๆ แล้ว แต่ผมไม่ผูกติดกับการรณรงค์ของฝ่ายใด เพราะในที่สุดแล้ว ผมก็ไม่ได้คิดตรงกับใครไปเสียทั้งหมด ผมไม่เอาอุดมการณ์ของตัวเองไปเดิมพันเข้าข้างใคร โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ผมไม่รู้ว่าคิดตรงกับผมจริงหรือเปล่า

ป้ายกำกับ:

hacker emblem